หลักธรรม ของ สาราณีย ธรรม 6 เกิด ความ สามัคคี

0
112

ในเรื่องของการทำงาน การแข่งกีฬา สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความสามัคคี ในทางพระพุทธศาสนามีหลักธรรมที่ก่อให้เกิดความรักใคร่ปรองดองที่เรียกว่า สาราณียธรรม 6 ลองมาดูกันว่าถ้าอยากให้เกิดความสามัคคีกัน เราจะใช้หลักธรรมของสาราณียธรรม 6 อย่างไรได้บ้าง

เมตตาทางกาย (กายกรรม)
คือการกระทำทางกายที่ประกอบด้วยเมตตา เช่น การช่วยเหลือ การเอื้อเฟื้อ การไม่รังแก ทำร้ายผู้อื่น การอดทนต่อกัน ไม่ใช่เห็นคนอื่นเข้าคิวแล้วไปแซงคิวเขา นั่นก็คือคุณไม่มีเมตตาธรรมเลย

เมตตาทางวาจา (วจีกรรม)
คือการมีวาจาที่ดี สุภาพ อ่อนหวาน มีปิยวาจา พูดจามีเหตุผล ไม่พูดให้ร้ายคนอื่นหรือพูดให้ผู้อื่นเจ็บช้ำน้ำใจ เดือดร้อนใจ คือพูดแต่สิ่งที่ดี มีเมตตาต่อกัน

เมตตาทางใจ (มโนกรรม)
คือความคิดที่ประกอบด้วยเมตตาทั้งต่อหน้าและลับหลัง เป็นการคิดดีต่อกัน ปรารถนาที ไม่คิดอิจฉาริษยา หรือไม่คิดมุ่งร้ายพยาบาท หากทุกคนคิดแล้วปฏิบัติเหมือนกัน ความสามัคคีก็จะเกิดขึ้นในสังคม

ทาน (สาธารณโภคี)
คือการรู้จักแบ่งปัน มีจิตอาสา มีจิตสาธารณะ มีการแบ่งให้กันและกันตามโอกาสอันควร ให้โอกาส ให้อภัย ให้ความรู้ ไม่ปล่อยให้ใครเดือดร้อน ช่วยเหลือกันเพื่อแสดงความรักความหวังดีของผู้อื่นที่อยู่ในสังคมเดียวกัน คำว่าสาธารณะคือส่วนรวม โภคีคือคนมั่งมีที่รู้จักแบ่งปัน

ศีล (สีลสามัญญตา)
คือความรักใครสามัคคี รักษาศีลหรือกฎกติกาของหมู่คณะอย่างเคร่งครัดเหมาะสมตามสถานะของตน ประพฤติสุจริต ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของหมู่คณะ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

ปัญญา (ทิฎฐิสามัญญตา)
คือไม่อคติ ไม่ลำเอียง การมีความเห็นร่วมกัน ไม่เอาเปรียบกัน ไม่เห็นแก่ตัว รับฟังกติกาในสังคม รู้จักเคารพและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ร่วมมือร่วมใจในการสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสงบสุข

หากมีสิ่งเหล่านี้ครบทั้ง 6 ประการ สังคมก็จะมีความสามัคคีไปโดยปริยาย